ผลงานที่ทำและความสำ
เร็จของสมาคมดีใจ ปี พ.ศ. 2550
|
วัดท่าตอน
วิทยลัยการอาชีพฝาง สาขาวัดท่าตอน
หมู่ 3 ตำบล ท่าตอน อำเภอ แม่อาย จังหวัด เชียงใหม่ 50280
www.wat-thaton.org
หลังจากได้มาเยี่ยมเยือนและสัมผัสได้ถึงความขาดแคลนของเด็ก ๆ ที่วัดท่าตอน และ ได้ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอดระยะเวลาอันยาวนานนั้น ด้วยความมุ่งมั่นและปฎิบัติต่อเนื่องอย่าง
จริงจังและจริงใจของคุณ Jacqueline KOCHER. จึงได้
ก่อตั้ง “สมาคมดีใจ” ขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ด้อย
โอกาส เหล่านี้
โครงการสร้างวิทยาลัยการอาชีพฝาง จึงเกิดขึ้น จุดประสงค์วิทยาลัย จะสามารถรับเด็กได้ ประมาณ 100 กว่าคน คือ อายุประมาณ 15-18 ปี โดยเด็กผู้ชายจะเน้นการเรียนรู้ใน วิชาช่าง, เด็กผู้หญิงเน้นในวิชาความรู้เรื่อง คอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังเน้นวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มอีกวิชาหนึ่ง ด้วย นี่คือถังน้ำที่ได้รับบริจาด
สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาจะได้ใบประกาศนียบัตรรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ สามารถนำไปประกอบวิชาชีพ หรือ เข้าทำงานในสายวิชาชีพนั้น ๆ ได้ทั่วไป
สิ่งที่นำมาบริจาดในปีนี้ ส่วนหนึ่งได้มาจากบริษัท Caran d’Ache เป็นอุปกรณ์การเขียน และอีกส่วนหนึ่งเป็นถังน้ำสะอาด ดื่มได้ตลอดทั้งปี โดยแยกออกเป็นน้ำร้อนและน้ำเย็น และจัดตั้งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนโรงเรียนผู้ชาย และ ส่วนโรงเรียนผู้หญิง
ทุกอย่างทำแบบเรียบง่าย แต่เป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ พลานามัยของเด็กนักเรียนทุกคน นอกจากนี้“สมาคมดีใจ”
ยังได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือแก่โรงเรียนเด็กเล็กและเด็ก
นักเรียนที่กำลัง ศึกษาสายวิชาชีพอื่น ๆ ใน เขตภาคเหนือ
ของประเทศไทยอีกด้วย
|

นี่คือถังน้ำที่ได้รับบริจาด 
ห้องทดลองช่างไฟฟ้า

ห้องกาเรียนการสอนคอมพิวเตอร์
|
|

ห้องเรียนภาษาอังกฤษ
|

ห้องทคลองช่างเครื่องยนค์ |
สมาคม ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ
|
โรงเรียนต่าง ๆ ใกล้เขต จ. ขอนแก่น ให้ความช่วยเหลือโรงเรียน บ้านวังพล หมู่ 6
ปลายปี พ.ศ. 2550 คุณ Jacqueline KOCHER ในนาม “สมาคมดีใจ” ได้เดินทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย คุณ Jacqueline KOCHER ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานสมาคมอย่างเป็นทางการจาก อาจารย์สมนึก
พินทอง มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากผลงานและความมุ่งมั่น
อย่างจิรงจัง จึงให้ดำรงตำแหน่งตลอดปีนี้
โรงเรียนบ้านวังโพน มีนักเรียน 51 คน มีทั้งเด็กผู้ชายและผู้หญิง อายุประมาณ 7-12 ปี มีคุณครูผู้สอน 3 คน และคุณครูใหญ่ 1 คน เด็ก ๆ ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ ยากจน พ่อ แม่ มีอาชีพทำนา ช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายน ของทุกปี หลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว จะไม่มีงานทำ ทุกคนจึงต้องเดินทางไปหางานทำในเมืองใหญ่ ๆ โดยทิ้งให้เด็ก และคนชราอยู่เฝ้าบ้านตามลำพัง ดังนั้นเด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะขาดการดูแลเอาใจใส่ เด็ก
14 ใน 51 คน อาหารไม่พอเพียงและมีโรคภัยไข้เจ็บ
แทรกแซงอีกด้วย อีกทั้งจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียนนั้นมากเกินไป จึงทำให้การเรียนการสอนดูแลไม่ทั่วถึง เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถเรียนรู้ได้ทันตามที่คุณครูเขียนบนกระดานดำ และฟังไม่ทันเวลาคุณครูสอน ดังนั้น “สมาคมดีใจ” จึงได้มอบอุปกรณ์ เครื่องฉายและจอภาพให้กับทางโรงเรียน เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ สามารถได้ยิน และมองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น สำหรับการแ
ก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวันนั้น คุณครูและนักเรียนต่างช่วยกันปลูกพืชผักสวนครัว ในบริเวณรอบ ๆ โรงเรียนนั่นเอง โดยทำอย่างง่าย ๆ ไม่มีอุปกรณ์ การเกษตรที่ทันสมัย
เลย และเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่คุณครูและนักเรียน “
สมาคมดีใจ” ได้มอบอุปกรณ์การเกษตรที่ทันสมัยและได้มาตรฐานเพื่อช่วย
ผ่อนแรง และเพื่อเพิ่มผลผลิตที่ดีในงานเกษตร นั่น-หมายถึง
เด็ก ๆ จะได้รับคุณค่าสารอาหารทางโภชนาการและได้กินอิ่มใน
ทุก ๆ มื้อ
การเตรียมอาหารสำหรับเด็ก ๆ ก็ได้แม่ของพวกเขาอาสาเข้ามาทำอาหารให้
โดยอาศัยพื้นที่ในบริเวณโรงเรียนเป็นครัวชั่วคราว ไม่มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกใด ๆ ทั้งสิ้น จึงทำให้ทุกคนต้องเหน็ดเหนื่อยมาก และสภาพทั่วไปมี ความสะดวกไม่เพียง อาจทำให้เชื้อโรคปะปนมากับอาหารได้
ฉะนั้น“สมาคมดีใจ” ได้มองเห็นปํญหาที่เกิดขี้น จึงมอบเงินและอุปกรณ์ก่อสร้างโรงครัวใหม่ที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ โดยได้รับความร่วมมือจากแรงงานของชาวบ้านนั้นเองจนแล้วแสร็จ
ในปีการศึกษานี้ “สมาคมดีใจ” ได้มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน จำนวน 3 ทุน และบริษัท Caran d’Ache ได้บริจาดอุปกรณ์การเขียนให้เป็นจำนวนมากเช่นกัน
เด็กนักเรียนพร้อมด้วยคณะครูทุกคน มีความประทับใจและซาบซึ่งในบุญคุณที่ได้รับจาก“สมาคมดีใจ”เป็นอย่างสูง พวกเขาจึงได้พร้อมใจกันมาส่ง คุณ Jacqueline KOCHER ที่สนามบินและมอบช่อดอกไม้พร้อมอวยพรให้ เดินทางกลับสวิสโดยสวัสดิ
ภาพ ติดรูปที่สนามบิน
|

จุดที่ตั้ง จังหวัดขอนแก่น

คณะครูและผู้ปกครองของเด็ก

ถ่ายรูปร่วมกันทั้งชั้น

ห้องฉายภาพ และจอที่ได้รับบริจาด
|
|

ห้องครัวก่อนปรับปรุง 
หอ้งครัวหลังจากปรับปรุงใหม่
|
ประวัติของโรงเรียนบ้านวังโพน หมู่ 6 จ.ขอนแก่น
โรงเรียนบ้านวังโพน ตั้งอยู่ หมู่ที่ 6 ต.ป่ามะนาว อ.บ้านฝาง จ. ขอนแก่น มีเนื้อที่ประมาณ 16 ไร่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939) ตั้งอยู่ห่างจาก อ. บ้านฝาง 22 ก.ม. และอยู่ห่างจาก จ. ขอนแก่น เพียง 42 ก.ม.
เมื่อปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ.2000) กระทรวงศึกษาธิการได้ยกเลิกโรงเรียนแห่งนี้ ดังนั้นผู้ปกครองจึงนำเด็ก ๆ ไปเข้าเรียนโรงเรียนแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 4-6 ก.ม. ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการเดินทางไปเรียนหนังสือ ดังนั้นชาวบ้านจึงพร้อมใจกันก่อสร้างซ่อมแซมโรงเรียนเก่า ด้วยกำลังกาย และกำลังทรัพย์ของพวกเขาเอง ในที่สุดกระทรวงศึกษาธิการจึงได้อนุญาตให้เปิดเป็นโรงเรียน-อนุบาล สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี มีเด็กนักเรียนประมาณ 30 คน
วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2548 (2005) ทางรัฐได้อนุมัติ ให้ก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่มอีก และได้มอบหมายให้ครู 2 คน เป็นผู้ดูแล และให้ชาวบ้านช่วยกันทำความสะอาดอาคารและบริเวรรอบอาคารเรียน
เป็นระยะเวลานานที่โรงเรียนได้ถูกทอดทิ้งไว้รกร้าง จึงทำให้อาคารเรียนทรุดโทรม ความร่วมมือร่วมใจของคณะครูและชาวบ้านที่บริจาดเงินเพื่อทะนุบำรุงโรงเรียนของเขาขี้นมาใหม่ โดยแบ่งส่วนออกเป็น ค่าก่อสร้างอาคารเรียน, บ้านพักครู 1 ห้องน้ำ-ส้วม และสนามเด็กเล่น ครอบครัวส่วนใหญ่ของพวกเด็ก ๆ มีอาชีพทำนา หลังจากเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวจะไม่มีงานทำ จึงจำเป็นต้องออกหางานทำในต่างถิ่นในเมือง
โดยที่ให้เด็กอาศัยกับคนชราตามลำพังในหมู่บ้านมีความครอบครัว อยู่ประมาณ 400 ครัวเรือ ซึ่งจะนำเด็ก ๆ มาเรียนหนังสือที่โรงเรียนนี้ แต่ละครอบครัวมีรายได้ประมาณ 19,000.- บาท ต่อปี หรือ ประมาณ650.- ฟรังค์-สวิส
ปี พ.ศ. 2550 (2007) โรงเรียนได้รับเด็กนักเรียนเข้าเรียน ถึง 51 คน แยกเป็น
2 ระดับ 1 และ 2 มีจำนวน 6 ห้องเรียน
ระดับที่ 1 ประถมปีที่ 1-3 มีครูประจำชั้น 1 คน
ระดับที่ 2 ประถมปีที่ 4-6 มีครูประจำชั้น 1 คน (มีอาจารย์ใหญ่ 1 คน)
เด็ก ๆ ทุกคนเกิดมาจากครอบครัวที่ยากจน และในเด็ก 51 คน
มีเด็กจำนวนประมาณ 14 คน
ทีร่างกายแคระแกรน และมีอาการเจ็บป่วยร่วมด้วย
พวกเขารอคอยความช่วยเหลืออยู่
|
|
ความช่วยเหลือที่โรงเรียนพงษ์ภิญโญ 1
การเดินทางเมื่อเดือน ธันวาคม 2550 (2007) ถึงเดือน มกราคม 2551 (2008) “สมาคมดีใจ” นำโดยคุณ Jaqueline KOCHER ได้ทำภารกิจช่วยเหลือเป็นผลสำเร็จครั้งแรกที่นี่ โดยคำแนะนำจาก อาจารย์ สมนึก พินทอง จาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงเรียนพงษ์ภิญโญ1 ตั้งอยู่ หมู่บ้านปากเปื่อย ต. บึงเนียม อ. เมือง จ. ขอนแก่น อยู่ห่างจากจังหวัดขอนแก่น ประมาณ 20 ก.ม. มีเด็กนักเรียนประจำ 35 คน มีทั้งเด็กชายและเด็กหญิงอายุประมาณ 8 ปี เด็ก ๆ เหล่านี้ได้รับการดูแลโดยครู 1 คน และผู้ช่วยครู 1 คน เท่านั้น
ความที่โรงเรียนอยู่ไม่ไกลจากตัวจังหวัด ทำให้เด็ก ๆ ได้เห็นความเจริญ รวมถึงเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อนำมาปรับปรุง และพัฒนาตนเอง เพื่อมีโอกาสทางอาชีพในการเลี้ยงดูครอบครัวต่อไป
ดังนั้เพื่อให้ได้มาตรฐานการเรียนการสอนที่ก้าวหน้า ทางส่วนราชการได้เห็นถึงความสำคัญนี้ จึงมอบเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าให้ 1 เครื่อง แต่คุณครูที่สอนไม่เข้าใจวิธีการใช้เลย
การบริจาดเครื่องคอมพิวเตอร์ทันสมัยของสมาคมอีก จำนวน 3 เครื่อง และ มอบเครื่องพิมพ์ดีดให้อีก 1 เครื่อง ที่ใช้ง่าย และวิธีเรียนเข้าใจง่าย พร้อมกันนี้บริษัท Carand’Ache ได้มอบเครื่องอุปกรณ์การเรียนให้ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับ
เด็กนักเรียน “สมาคมดีใจ” ได้มอบอุปกรณ์ดังกล่าวใว้ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด เท่าที่พวกเด็ก ๆ จะทำได้
อีกปัจจัยหนึ่งที่พวกเด็กๆ จะมีการพัฒนาการทางสมองที่ดีได้จะต้องมีอาหารการกินเพียงพอครบทั้ง 5 หมู่ มีร่างการที่แข็งแรง อีกทั้งได้มีการแจก-ทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีที่ยากจนจำนวน 3 ทุน/ปี เป็นการช่วยเหลือเด็กอีกทางหนึ่งด้วย แต่ยังมีปัญหาต่าง ๆ อีกมาย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะสั้น ๆ นี้
ปัญหาส่วนใหญ่ คือเรื่องน้ำท่วมในฤดูฝน ช่องเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ฝนตกหนักจึงทำให้เด็กนักเรียน มาเรียนหนังสือไม่ได้ อาคารเรียนถูกน้ำท่วม เพราะระดับพื้นห้องสูงกว่าระดับพื้นดินเพียง 1 เมตรเท่านั้น ซึ่งเมื่อก่อนน้ำท่วมไม่ถึง แต่เมื่อไม่นานมานี้เกิดภัยธรรมชาติ อากาศจึงเกิดการผันเปลี่ยนไป เมื่อเกิดน้ำท่วมขี้นบ่อย ๆ จึงทำให้อาคารเรียนไม้ ต้องผุพังไปและทำให้เกิดอันตรายได้ การแก้ไขปัญหาเฉเพาะหน้า จึงจำเป็นต้องทำการก่อสร้างซ่อมแซมอาคารใหม่ โดยการยกพื้นให้สูงจากระดับพื้นดิน 3.5 เมตร โดยใช้เสา-ปูนใหม่ 24 ตัน ทำประตู หน้าต่าง บันได ฯลฯใหม่ทั้งหมด รวมทั้งฉีด-ยากันปลวกและทาสีใหม่ด้วย ซึ่งวัสดุ-อุปกรณ์ ก่อสร้าง
และค่าแรงงาน ตกประมาณ 11,000.- ฟรังสวิส
“สมาคมดีใจ” เป็นศูนย์กลางการให้ทุนนี้ โดยทุนได้รับการบริจาด
จากผู้มีใจบุญทั้งหลาย และการก่อสร้างได้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝนจะมาเยือน
|

เด็กนัเรียนทั้งชายหญิง

บริจาดเครื่องคอมฯ และเครื่องเขียน

ไม่มีการเรียนการสอนเพราะ ร.ร. ถูกน้ำท่วม

อาคารเรียนผุพังเพราะน้ำท่วม
|
|
นายการุณ ประประโคนนักศึกษามหาวิทยาลัย ขอนแก่น
อาจารย์ สมนึก พินทอง ม. ขอนแก่น ได้เล่าให้คุณ Jacqueline KOCHER ฟังว่า เมื่อปี พ.ศ. 2549 (ค.ศ.2006) มีนักศึกษาชายคนหนึ่งชื่อ นายการุณ ปรภากร อายุ 20 ปี เป็นคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นนักศึกษาเรียนดีแต่ยากจน ครอบครัวมีอาชีพทำนา เขามาไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองเรื่องค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยฯ ได้ เขาเดินทางโดยรถบัสประจำทางจากหมู่บ้านมามหาวิทยาลัยฯ ทุกวันประมาณ 3 เดือนแล้ว ด้วยค่าใช้จ่ายนี้ จึงทำให้เขาไม่มีเงินเหลือสำหรับค่าอาหารเลย
ในปีเดียวกัน คุณ Jacqueline KOCHER ได้มีโอกาสพบกับนักศึกษาชายคนนี้ เขาได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการเรียนและชีวิตความเป็นอยู่ ตั้งแต่วัยเด็กจนปัจจุบันของเขาแก่คุณ Jacqueline KOCHER ซึ่งอาจารย์ทุกคนที่สอนเขาต่างยืนยันว่า เขาเป็นนักศึกษาที่เรียนเก่ง และมีความสามารถสูง และในเดือนธันวาคม 2550-มกราคม 2551 คุณ Jacqueline KOCHER ในนาม “สมาคมดีใจ” ได้ทำการมอบทุนการศึกษาให้นายการุณ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสศึกษาต่อในสายวิชาที่เขาตั้งใจไว้
นายการุณเป็นหนุ่มรูปร่างผอมบาง เพราะด้วยความยากจน แต่ด้วยความตั้งใจเรียน และบัดนี้เขามีประกายดวงตาที่แจ่มใส และเต็มไปด้วยความปิติยินดีความสุข ที่เขาได้มีโอกาสได้ศึกษาต่อมที่มหาวิทยาลัยฯ 2 ปีแล้วที่เขาได้รับทุกการศึกษา และอีก 3 ปีข้างหน้า เขาก็จะสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาจากมหาลัยแห่งนี้
|

ทางเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น กับ อ. สมนึก พินทอง

การุณ ประประโคน นักศึกษา ม. ขอนแก่น
ที่ได้รับทุนการศึกษาจาก “สมาคมดีใจ”
|